ตลาดคอนโดยังมีอนาคตสดใส

02/07/2010 เวลา 8:36 am | เขียนใน ข่าวคอนโด | ใส่ความเห็น
ป้ายกำกับ:

กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้น มาภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังซื้อของผู้บริโภคคอนโดภายในประเทศ และยังคงมีความต่อเนื่องมาจนถึงปี 2553 ขณะที่ผู้ซื้อที่เป็นชาวต่างชาตินั้น ในปี 2552 ได้รับผลกระทบจากภาวะทางการเมืองพอสมควร แต่ สัญญาณของผู้บริโภคชาวต่างชาติเริ่มดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2553 และคาดว่ากำลังซื้อคอนโดของชาวต่างชาติจะกลับเข้ามาเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับตลาดคอนโดเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ และฮ่องกง ที่ปัจจุบันราคาของ อสังหาริมทรัพย์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปลายปี 2552 ที่ผ่านมา”

ช่วงสามเดือนแรก หรือไตรมาสที่ 1 ปีนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ความคึกคักของตลาดมีมากขึ้น มีการซื้อขายที่ดินอย่างต่อเนื่องทั้งจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการรายใหม่

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วงไตรมาสแรก คล้ายกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์และฮ่องกงที่มีอัตราการเติบโตและราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยทั้งของสิงคโปร์และฮ่องกงที่ต่ำมากจนทำให้ผู้บริโภคต้องมอง หาแนวทางในการลงทุนใหม่ ๆ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
 คอนโดมิเนียมที่มีราคาขายอยู่ระหว่าง 60,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร เป็นตลาดที่เติบโตมากที่สุด โดยคอนโดมิเนียมกลุ่มนี้จะมีทำเลที่อยู่ห่างจากเขตใจกลางเมือง ประมาณ 10-15 กิโลเมตร ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนยังคงอยู่ในช่วงที่ทรงตัว เนื่องจากปัจจุบัน ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้ราคาขายเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อเองก็ยังคงมีไม่มากนัก

สำหรับคอนโดมิเนียมในเขตใจกลางเมือง ยังคงได้รับการตอบรับดี แต่ต้องเป็นคอนโดมิเนียมเกรดเอ ที่มีทำเลอยู่ติดแนวรถไฟฟ้า บางโครงการเปิดขายวันเดียวหมด ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยประมาณ 100,000-120,000 บาทต่อตารางเมตร แต่อนาคตโครงการคอนโดเกรดเอที่ตั้งอยู่ในเขตใจกลางเมืองแบบนี้ก็จะเริ่มลดน้อยลง เพราะที่ดินเริ่มหาได้ยากขึ้นและมีราคาที่แพงมากขึ้น

 ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงนิยมซื้อคอนโดมิเนียมแบบ 1 ห้องนอน ที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 35-45 ตารางเมตรมากที่สุด ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อใช้พักอาศัยอยู่จริง แต่สำหรับคอนโดมิเนียมแบบ 2 ห้องนอนที่มีขนาดมากกว่า 60 ตารางเมตร ผู้ซื้อมักเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ก็เป็นพวกที่ซื้อไว้เก็งกำไรมากกว่าที่จะซื้อเพื่อเข้าอยู่อาศัยจริง
 นอกจากทำเลยอดนิยมในเขตใจกลางเมืองกับพื้นที่ที่อยู่ติดกับระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่แล้ว ยังมีทำเลอื่น ๆ ที่ยังคงเป็นที่น่าสนใจและน่าจับตามองในปี 2553 โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการท่องเที่ยว อาทิ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต และเชียงใหม่ พื้นที่เหล่านี้ยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยตลาดส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศ ไทยเป็นหลัก
 สำหรับทิศทาง และการแข่งขันในอนาคต ยังคงอยู่ที่เรื่องของทำเลและการสร้างความเชื่อมั่นในด้านแบรนด์ให้กับ กลุ่มผู้บริโภคเป็นหลัก
 ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงมีความได้เปรียบสูง เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น และมั่นใจในศักยภาพของผู้ประกอบการค่อนข้างมาก หากเป็นทำเลที่ใกล้เคียงกัน โอกาสของผู้ประกอบการขนาดใหญ่จะมีความได้เปรียบ มากกว่า
 “ดังนั้นผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่อยากจะเข้ามาในตลาดคอนโดมิเนียม นอกจากจะต้อง มีความโดดเด่นในเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการแล้ว จะต้องมีการวางกลยุทธ์ด้านการตลาดให้มีความแตกต่าง รวมถึงต้องสร้างความแปลกใหม่ในตัวโครงการคอนโด เพื่อ ให้ผู้บริโภคสามารถจดจำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สามารถแข่งขันกับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบการรายเก่า ๆ ในตลาดได้” กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ กล่าวสรุป.
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ให้ความเห็น »

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.
Entries และ ข้อคิดเห็น feeds.

%d bloggers like this: